บางประเภทที่มีในคน

คนกับมนุษย์ไม่เหมือนกัน.
แม้รูปร่างหน้าตาจะเหมือนกัน 
แต่มีความแตกต่างกันทางด้านคุณธรรมและภูมิปัญญา,
เช่น บางคนนึกอยากทำอะไรก็ทำ
นึกอยากจะพูดก็พูด อยากจะกินก็กิน
ได้แก่ คนธรรมดา นี่เอง.



ที่ร้ายยิ่งไปกว่านั้นก็เรียกว่าเป็น สัตว์. 
หน้าตาเป็นแต่จิตใจเป็นสัตว์
คือ ไม่มีความละอายเหมือนกับสัตว์เดรัจฉาน
หมายถึงบุคคลที่ไม่เคยพัฒนาจิตใจของตนให้สูงขึ้น.


ส่วน มนุษย์ หมายถึงผู้มีมานะหักห้ามจิตใจไว้ได้
เป็นผู้มีจิตใจสูง มีปัญญามากกว่าคน
พัฒนาจิตใจของตนให้สูงขึ้น
จนเลื่อนชั้นขึ้นเป็นมนุษย์.

ผีหมายถึงคนที่พูดชั่วทำชั่ว, 
ที่เขาเรียกกันว่า “ไอ้ผี”  “คนผี”
แม้แต่พระเณรที่มาบวชก็เหมือนกัน
ถ้าไม่เชื่อฟังไม่รู้จักพระธรรมวินัย
ก็เรียกว่าเป็นผีได้เช่นเดียวกัน.

ผีในที่นี้คือภาวะของความชั่ว, เป็นสิ่งที่ไม่มีตัวตน.
ดังนั้น บางคนรูปร่างหน้าตาเป็นคนแต่จิตใจยังเป็นผี.

ถ้าใครเลื่อนชั้นขึ้นเป็นมนุษย์แล้ว
ย่อมจะต้องรู้จักผีและไม่กลัวผี,
ถ้าหากใครยังกลัวผีอยู่อีก  คนนั้นก็เป็นแต่เพียงคน.
ผีต้องอยู่กับผี คนจะอยู่กับผีไม่ได้, คนจิตใจต่ำจึงเป็นผี.

ครั้งหนึ่ง เขานิมนต์หลวงพ่อไปเปิดอบรมที่วัดวิเวกธรรมคุณ,
วัดนี้มีป่าช้า, เขาเอาคนตายไปฝังและเผาที่นั้น
บางครั้งเผาไม่หมดเขาก็เอาส่วนที่เหลือไปฝัง
ถ้าเป็นเด็กตายเขาก็เอาไปฝังเลย
สุนัขมันไม่เคยกลัวคนตายมันไม่เคยกลัวผี
มันไปขุดคุ้ยศพที่ฝังอยู่มากิน
นี่แสดงว่าสุนัขไม่กลัวป่าช้า
ไม่กลัวความมืด.

ดังนั้น ถ้าคนใดยังกลัวผีก็เข้าใจได้ว่าจิตใจคงต่ำกว่าสุนัข.
เพราะสุนัขไม่เคยกลัวผี ไม่เคยดูฤกษ์งามยามดี
ไม่กลัวว่าวันไหนดีวันไหนไม่ดี จะไปไหนก็ไปเลย
นอนไหนก็นอนไม่ต้องรอฤกษ์รอยาม, 

คนที่มีความกลัวไปไหนมาไหน
ต้องดูฤกษ์ดูยามแสดงว่าจิตใจสู้สุนัขไม่ได้.
พูดความจริงเช่นนี้คนไม่ชอบ แต่ก็ต้องพูด,
ถ้าไม่พูดความจริง เขาเรียกว่าคนหลอกหลวง.
ถ้าเป็นมนุษย์แล้ว
ต้องไม่กลัวผี ต้องไม่กลัวเทวดา



หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
หนังสือพลิกโลกเหนือความคิด
เรื่องของคนป่า / บางประเภทที่มีในคน  หน้า 23 



พิมพ์โดย คุณวิไลพรรณ ลัมภเวส