ศีล ไม่ได้หมายถึงศีลห้าสิบข้อสองร้อยยี่สิบเจ็ดข้อ
เพราะนั่นเป็นศีลสังคม ศีลในที่นี้มีเพียงข้อเดียว
เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นที่ต้องรักษากันจริงๆ จังๆ
คือให้รักษาใจ, เป็นศีลใจ.
ใครรักษาได้ก็ไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น มีจิตใจปกติ,
เพราะเมื่อจิตใจปกติแล้วก็ไม่ไปฆ่าสัตว์
ไม่ลักทรัพย์ ไม่อยากได้ของใคร ไม่ผิดลูกผิดเมียใคร,
เมื่อใจปกติ กายวาจาก็พลอยปกติไปด้วย.
คนเช่นนี้เรียกว่า คนมีศีลธรรม, คนมีบุญ คนมีบุญจะไม่ฆ่า "สัจจ์" ของตัวเอง,
เพราะสัจจ์นี้เป็นธรรมะที่ทำให้คนเป็นพระ;
สัจจธรรมนี้ มีอยู่ในจิตใจของคนทุกคน.
ความเป็นพระที่แท้จริงนี้เป็นกันที่จิต มองไม่เห็น แต่กำจัดกิเลสได้จริง.
ส่วนสมมติสงฆ์ หมายถึงพระตามรูปแบบที่โกนผมห่มผ้าเหลือง,
อย่างเช่นวันนี้ยังเป็นผู้ครองเรือนพรุ่งนี้ไปบวช
เราเรียกว่าเป็นพระโดยสมมติเพราะยังกำจัดกิเลสไม่ได้;
การโกนผมห่มผ้าเหลืองไม่ได้ทำให้คนเป็นพระได้.
คนบาป คือคนที่ไม่มีศีลไม่มีความละอาย มีความอิจฉาริษยาฯลฯ.
คนพวกนี้พอพูดเรื่องศีลเรื่องธรรมให้ฟังจะไม่สนใจ
เพราะความบาปครอบงำจิตใจ
มีโลภะโทสะโมหะอัดแน่นอยู่ภายในจิตใจเห็นของใครก็อยากได้,
จึงมีการปล้นจี้ มีการผิดลูกผิดเมียคนอื่น
มีการเบียดเบียนก่อความเดือดร้อนต่างๆ นานา.
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
หนังสือพลิกโลก
เหนือความคิด หน้า 16
หนังสือพลิกโลก
เหนือความคิด หน้า 16